ย้อนรอย ‘ประจบ เนาวโอภาส’ ผู้ใหญ่บ้านที่สู้กับโรงงานทิ้งสารพิษ จนต้องสังเวยชีวิต
“จากการที่จีนเทา ไทยดำ ตั้งค่าหัว 2 ล้านล่ากลุ่มเครือข่ายปกป้องสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออก กับการย้อนรอย “ประจบ เนาวโอภาส” ผู้ใหญ่บ้านที่ลุกขึ้นสู้กับอำนาจมืดของไทยดำทิ้งกากอุตสาหกรรมในฉะเชิงเทรา ที่สุดท้ายโดนสังหาร แต่ศาลไทยกลับยกฟ้องมือจ้างวาน อ้างไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงมือปืน ไทยคือดินแดนที่คนธรรมดาๆ ที่ออกมาปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนสังหาร อุ้มหาย แม้แต่พระก็โดนสั่งเก็บ”
จากข่าวตั้งค่าหัว 5 แกนนำเครือข่ายสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกที่เปิดหน้าสู้กับจีนเทาที่จับกับมือไทยเทา ไทยดำ ผู้มีอิทธิพล นักการเมืองท้องถิ่น ในการก่อมลพิษอย่างรุนแรงในพื้นที่อุตสาหกรรมย่านภาคตะวันออก ถึงขั้นลงขันจ้างมือยิงแกนนำตั้งค่าหัวล่า 2 ล้านบาท ทั้งมีการข่มขู่เอาชีวิต ส่งคนสะกดรอยถึงบ้าน หลังเปิดโปงโรงงานจีนเทาในพื้นที่ตะวันออกและ EEC จนตัวแทนของสหระชาชาติต้องเข้ามาปกป้อง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มผู้เสียประโยชน์ที่พยายามทำตัวเหนือกฎหมายจะสั่งเก็บคนธรรมดาๆ ที่พยายามปกป้องบ้านของตัวเองจากความเลวร้ายของการทำโรงงานอุตสาหกรรมอย่างไร้ความรับผิดชอบ เพราะก่อนหน้านี้หลายคนที่ออกมาเรียกร้อง ต่างต้องแลกด้วยชีวิตกันมาแล้ว และส่วนใหญ่มักไม่ได้รับความยุติธรรมในกระบวนการต่อสู้ในชั้นศาล
.
ย้อนรอย ประจบ เนาวโอภาส
หนึ่งในบุคคลที่ต่อสู้เรื่องนี้คือ “ประจบ เนาวโอภาส” หรือชาวบ้านเรียกว่าผู้ใหญ่จบ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นแกนนำชาวบ้านต่อต้านการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและขยะพิษ
เดิมตำบลหนองแหนมีผืนป่าชุมชนเป็นต้นทุนทรัพยากร แต่เมื่อประมาณปี 2540 โครงการจัดการขยะเริ่มรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ กล่าวคือ เกิดการสร้างบ่อฝังกลบขยะ บริษัทรับกำจัดของเสีย โรงงานรีไซเคิล และโรงงานบำบัดน้ำเสีย เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งเป็นกิจการที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
การลักลอกทิ้งขยะอุตสาหกรรมและน้ำเสียในพื้นที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นับตั้งแต่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 จนคลองยืมดิน คลองในพื้นที่มีสภาพดำสนิท ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ปลาในคลองลอยตาย โดยชาวบ้านเคยรวมตัวกันเพื่อล้อมจับรถบรรทุกน้ำเสียที่กำลังมุ่งหน้าไปเพื่อปล่อยทิ้ง ทั้งกรมควบคุมมลพิษเองเคยมาตรวจสอบคุณภาพน้ำ และพบสารปนเปื้อนอันตรายได้แก่ โลหะหนัก และฟีนอล ที่เป็นพิษต่อสุขภาพ
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 ประจบ ถูกลอบสังหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกระทรวงอุตสาหกรรม และกรรมการผู้มีอำนาจในโรงงานบำบัดกากสารเคมี เป็นจำเลยจ้างวานฆ่า อย่างไรก็ดี การรวมตัวเรียกร้องของชาวบ้านทำให้หลายบริษัทถูกระงับกิจการ ถูกฟ้องร้อง และมีส่วนในการบำบัดฟื้นฟู
ในทางคดีต้องต่อสู้กันมายาวนานถึง 6 ปี กระทั้งวันที่ 18 ก.ย.2562 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา อัยการได้สั่งฟ้อง นายภูธร กวีพันธ์ จำเลยที่ 1 ข้าราชการระดับสูง (C8) สำนักจัดการน้ำ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นเจ้าของบริษัท ฟิวชั่น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จ้างวาน จ.อ. หรือ พ.อ.อ.ยุธนัย นาแจ้ง จำเลยที่ 2 และ จ.อ.หรือ พ.อ.ท.อนุ บุญเพ็ง จำเลยที่ 3 ฐานร่วมกันฆ่า
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องจำเลยที่ 1 เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสี่นำสืบมานั้น ยังมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้จ้างวานฆ่าผู้ตายหรือไม่ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 จำคุกตลอดชีวิต ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยอาวุธปืน
ปัจจุบันพบว่าปัญหาจากบ่อกำจัดขยะที่ดำเนินการโดยบริษัทกำจัดของเสียยังคงอยู่ และขยะอุตสาหกรรมบางส่วนยังคงถูกทิ้งไว้ มีเพียงบ่อไม่กี่ไร่ที่ถูกดำเนินการจัดการนำของเสียออกไป ดังนั้นสารเคมีเดิมก็ยังคงตกค้างอยู่เหมือนเดิม และอาจปนเปื้อนในดินและสิ่งแวดล้อมโดยที่เราไม่รู้ตัว
.
เกือบทุกปีในประเทศไทย ต้องมีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับอำนาจมืด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายที่พยามลุกขึ้นมาเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ในเกือบทุกปีจะมีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตให้กับอำนาจมืดที่เสียผลประโยชน์ โดยหลายคนเป็นที่รู้จักและเป็นคดีดัง เช่น
นายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี แกนนำชุมชนชาวกะเหรี่ยง บ้านบางกลอย สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สูญหายไปเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557
นายสุเทพ ทองคำ สมาชิก อบต.หนองแหน แกนนำต่อต้านการลักลอบทิ้งขยะและน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี ในพื้นที่หมู่ 14 ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555
นายสมพร พัฒนภูมิ สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) เปิดโปงกรณีบริษัทจิวกังจุ้ยจำกัดใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ปลูกสวนปาล์ม 1,081 ไร่ ต.ไทรทอง อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี และเรียกร้องให้รัฐกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2553
พระสุพจน์ สุวโจ พระนักปฏิบัติธรรม สวนเมตตาธรรม อ. ฝาง จ.เชียงใหม่ ผู้นำการคัดค้านนายทุนบุกรุกป่าและที่ดินสถานปฏิบัติธรรม พระสุพจน์ถูกรุมทำร้ายด้วยอาวุธมีคม จนมรณภาพเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2548
นายคำปัน สุกใส ผู้ใหญ่บ้านป่าบง ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ รองประธานเครือข่ายป่าชุมชนลุ่มน้ำปิงตอนบน แกนนำเครือข่ายป่าชุมชนเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ คัดค้านการบุกรุกพื้นที่ป่าชุมชน ถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546
นายปรีชา ทองแป้น สารวัตรกำนันตำบลควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ผู้นำการคัดค้าน โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาลตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถูกลอบสังหารเสียชีวิต ในวันที่ 27 กันยายน 2545
และนายทองอินทร์ แก้ววัดถา ผู้นำการคัดค้านการก่อสร้างโรงงานกำจัดกากสารอุตสาหกรรม บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (เจนโก้) จ.ระยอง ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2539
พวกเขาคือชาวบ้านธรรมดาไม่มีปืน ไร้อาวุธ บางคนเป็นพระสงฆ์ ที่ลุกขึ้นปกป้องความอยุติธรรมของการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่สุดท้ายพวกเขาต้องเอาชีวิตเข้าแลกทั้งสิ้น

